เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ คนดูแลที่มีความรู้เรื่องโรคเบาหวานจะช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ลดภาวะแทรกซ้อน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทำความเข้าใจเบาหวานชนิดที่ 2 เบื้องต้น
เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากไม่ควบคุมอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคไต ตาบอด ชาปลายมือปลายเท้า และโรคหัวใจ
เป้าหมายการควบคุมที่คนดูแลต้องทราบ
- ระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหาร: 80-130 mg/dL
- ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร 2 ชั่วโมง: ไม่เกิน 180 mg/dL
- ค่า HbA1c: ต่ำกว่า 7% (ตรวจทุก 3-6 เดือน)
การดูแลเรื่องอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
หลักการเลือกอาหาร
ไม่มีอาหารที่ห้ามกินสมบูรณ์แบบในผู้ป่วยเบาหวาน แต่ต้องควบคุมปริมาณและประเภทของคาร์โบไฮเดรตที่กิน
อาหารที่ควรเน้น
- ผักใบเขียวและผักที่ไม่หวาน — แคลอรีต่ำ ใยอาหารสูง
- ปลา เนื้อไก่ไม่ติดหนัง ไข่ขาว — โปรตีนคุณภาพดี
- ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต — น้ำตาลขึ้นช้ากว่า
- ถั่วชนิดต่างๆ — ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล
- ผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ เช่น ฝรั่ง มะเขือเทศ แอปเปิ้ล — ในปริมาณพอเหมาะ
อาหารที่ต้องจำกัดอย่างเข้มงวด
- น้ำหวาน น้ำผลไม้กล่อง น้ำอัดลม — น้ำตาลขึ้นเร็วมาก
- ข้าวขาว ขนมปังขาว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
- ของหวาน ขนม เค้ก คุกกี้
- ผลไม้หวานจัด เช่น ทุเรียน ลำไย มะม่วงสุก
- อาหารทอดและอาหารมันสูง
เทคนิคการเตรียมอาหารสำหรับคนดูแล
- ชั่งตวงและจัดสรรปริมาณอาหารในแต่ละมื้อให้สม่ำเสมอ
- ปรุงอาหารด้วยวิธีต้ม นึ่ง ย่าง แทนการทอด
- ลดการใช้น้ำตาล ซีอิ๊ว และน้ำปลาในการปรุงอาหาร
- แบ่งอาหารเป็น 3 มื้อหลักและอาจมีของว่างเบาๆ 1-2 ครั้ง
การออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน
การออกกำลังกายช่วยให้กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลเป็นพลังงานได้ดีขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
กิจกรรมที่แนะนำ
- เดินเร็วปานกลาง 30 นาที อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์
- บริหารแขนขาเบาๆ สำหรับผู้ที่เคลื่อนที่ลำบาก
- ว่ายน้ำหรือออกกำลังกายในน้ำ ลดแรงกดบนข้อต่อ
ข้อควรระวัง
- ตรวจน้ำตาลก่อนออกกำลังกาย ถ้าต่ำกว่า 100 ควรกินของว่างก่อน
- ออกกำลังกายหลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง ไม่ควรออกกำลังกายตอนท้องว่าง
- สวมรองเท้าที่พอดีและสังเกตบาดแผลที่เท้าหลังออกกำลังกายทุกครั้ง
การติดตามระดับน้ำตาลและสัญญาณอันตราย
วิธีใช้เครื่องตรวจน้ำตาล
- ล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง
- เจาะนิ้วด้านข้าง ไม่เจาะปลายนิ้วโดยตรง
- จดบันทึกค่าที่ได้พร้อมเวลาและมื้ออาหาร
- ทำความสะอาดและเก็บเครื่องตามคำแนะนำของผู้ผลิต
สัญญาณน้ำตาลต่ำ (Hypoglycemia) ที่ต้องรีบแก้ไข
- มือสั่น เหงื่อออก ใจสั่น หิวมาก
- หน้ามืด วิงเวียน อ่อนแรง
- วิธีแก้ไขเบื้องต้น: ให้ดื่มน้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือกินลูกอม 3-4 เม็ด แล้วรอ 15 นาที
- หากไม่ดีขึ้นหรือหมดสติ โทร 1669 ทันที
สัญญาณน้ำตาลสูง (Hyperglycemia) ที่ต้องระวัง
- กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย
- ตาพร่ามัว ปวดหัว อ่อนเพลีย
- ควรแจ้งพ่อแม่หรือแพทย์หากค่าน้ำตาลสูงกว่า 250 mg/dL
การดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน
ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงต่อบาดแผลที่เท้าซึ่งหายช้า คนดูแลต้องตรวจเท้าของผู้ป่วยทุกวัน
- ตรวจดูว่ามีรอยแดง บวม พอง หรือบาดแผลที่เท้าทุกวัน
- ล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนๆ ทุกวัน เช็ดให้แห้งโดยเฉพาะซอกนิ้ว
- ทาโลชั่นเพื่อป้องกันผิวแตก แต่ไม่ทาระหว่างนิ้วเท้า
- ไม่ตัดเล็บสั้นเกินไปหรือขอบมน เพื่อป้องกันเล็บขบ
สรุป
การดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่บ้านต้องอาศัยความรู้ ความสม่ำเสมอ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่เรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การติดตามน้ำตาล ไปจนถึงการดูแลเท้า เมดอินเตอร์มีผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะด้านการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพ
ช่องทางติดต่อเมดอินเตอร์
ต้องการบริการแม่บ้านและคนดูแลผู้สูงอายุมืออาชีพ ติดต่อ ddmaid.com ได้เลย!
- เว็บไซต์: www.ddmaid.com
- โทรศัพท์: 063-104-5657
- Line: @masaki2013
เมดอินเตอร์ — บริการดูแลครอบครัวและผู้สูงอายุที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
![]()




