โรคไตเรื้อรังเป็นหนึ่งในโรคที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ผู้ป่วยโรคไตมีข้อจำกัดหลายด้านในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องอาหารและการควบคุมของเหลวที่ได้รับต่อวัน การดูแลผู้ป่วยโรคไตที่บ้านจึงต้องอาศัยความรู้และความใส่ใจจากทั้งครอบครัวและผู้ดูแล บทความนี้จากเมดอินเตอร์ (ddmaid.com) รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคไตควรรู้
ทำความเข้าใจโรคไตเรื้อรังเบื้องต้น
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease – CKD) คือภาวะที่ไตสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียออกจากเลือดอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อไตทำงานน้อยลง ของเสียและน้ำส่วนเกินจะสะสมในร่างกายและส่งผลต่อระบบต่างๆ ผู้ป่วยโรคไตในระยะต่างๆ จะมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นการดูแลควรยึดคำแนะนำของแพทย์ที่รักษาเป็นหลัก
เรื่องอาหารสิ่งที่ผู้ดูแลต้องรู้
ควบคุมโปรตีนอย่างเหมาะสม
ผู้ป่วยโรคไตมักได้รับคำแนะนำให้จำกัดปริมาณโปรตีน เพราะกระบวนการย่อยสลายโปรตีนสร้างของเสียที่ไตต้องกรองออก ผู้ดูแลควรรู้ว่าอาหารโปรตีนสูงได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว และต้องจัดอาหารให้พอดีกับปริมาณที่แพทย์แนะนำ ไม่ควรให้น้อยเกินไปจนขาดสารอาหาร และไม่มากเกินไปจนไตทำงานหนัก
จำกัดโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส
ผู้ป่วยโรคไตในระยะกลางถึงระยะท้ายมักต้องจำกัดโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส อาหารที่มีโพแทสเซียมสูงที่ต้องระวัง ได้แก่ กล้วย ส้ม มะเขือเทศ มันฝรั่ง และผักสีเขียวเข้ม อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง ได้แก่ นม ชีส ผลิตภัณฑ์จากนม และอาหารแปรรูปที่มีสารเติมแต่งฟอสเฟต
ควบคุมปริมาณโซเดียม
โซเดียมหรือเกลือทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ผู้ดูแลควรปรุงอาหารด้วยเกลือในปริมาณน้อย หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และน้ำปลาในปริมาณมาก การอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้ออาหารสำเร็จรูปจะช่วยให้ควบคุมโซเดียมได้ดีขึ้น
ควบคุมปริมาณของเหลว
ผู้ป่วยโรคไตหลายรายต้องจำกัดปริมาณของเหลวที่ดื่มต่อวัน เพราะไตไม่สามารถขับน้ำออกได้เพียงพอ ของเหลวในที่นี้หมายรวมถึงน้ำ น้ำซุป น้ำผลไม้ นม และอาหารที่มีน้ำสูงอย่างเช่น วุ้น ผลไม้ หรือแตงโม ผู้ดูแลควรบันทึกปริมาณของเหลวที่ผู้ป่วยได้รับในแต่ละวันและแจ้งแพทย์
กิจวัตรประจำวันที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
การตรวจวัดน้ำหนักประจำวัน
การชั่งน้ำหนักทุกเช้าหลังตื่นนอนและปัสสาวะแล้วแต่ก่อนกินอาหาร เป็นวิธีง่ายๆ ในการตรวจสอบว่าร่างกายกักเก็บน้ำมากผิดปกติหรือไม่ หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่า 1-2 กิโลกรัมในหนึ่งวัน ควรแจ้งแพทย์ทันที
การดูแลเรื่องยา
ผู้ป่วยโรคไตมักต้องรับประทานยาหลายชนิดและในเวลาที่กำหนด ผู้ดูแลควรจัดยาให้เป็นระเบียบโดยใช้กล่องยารายวัน และคอยเตือนให้รับประทานยาตรงเวลา รวมถึงสังเกตอาการข้างเคียงที่ผิดปกติและบันทึกไว้เพื่อรายงานแพทย์
การสังเกตอาการที่ต้องแจ้งแพทย์ทันที
ผู้ดูแลควรรู้จักสัญญาณอันตรายที่ต้องพาผู้ป่วยพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่:
- ขาและข้อเท้าบวมผิดปกติ
- หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อยโดยไม่มีสาเหตุ
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือเบื่ออาหารอย่างรุนแรง
- ปัสสาวะน้อยลงหรือมีสีผิดปกติ
- ความดันโลหิตสูงหรือต่ำผิดปกติ
- สับสน ซึม หรือมีอาการทางสมองที่ผิดปกติ
การออกกำลังกายและกิจกรรมทางกาย
ผู้ป่วยโรคไตยังสามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้ตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การเดินช้าๆ การยืดเหยียด หรือการทำกายบริหารง่ายๆ การออกกำลังกายช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และสุขภาพจิตใจ ผู้ดูแลควรช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องไม่หักโหมเกินไป
การดูแลสุขภาพจิตและสังคม
การป่วยด้วยโรคเรื้อรังมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างมาก ผู้ป่วยโรคไตหลายคนรู้สึกเครียด หดหู่ หรือวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคต ผู้ดูแลที่ดีควรรับฟังและพูดคุยด้วยอย่างเข้าอกเข้าใจ สนับสนุนให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมที่ชื่นชอบในขอบเขตที่ทำได้ และพาไปพบผู้คนหรือทำกิจกรรมทางสังคมอย่างเหมาะสม
บทสรุป
การดูแลผู้ป่วยโรคไตที่บ้านต้องอาศัยทั้งความรู้และความใส่ใจ การควบคุมอาหารที่ถูกต้อง การดูแลกิจวัตรประจำวัน การสังเกตอาการผิดปกติ และการให้กำลังใจทางจิตใจ ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หากครอบครัวต้องการผู้ดูแลมืออาชีพที่มีความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ เมดอินเตอร์ (ddmaid.com) พร้อมให้คำแนะนำและจัดหาบุคลากรที่มีคุณภาพ
ติดต่อเมดอินเตอร์
🌐 เว็บไซต์: www.ddmaid.com
📞 โทร: 063-104-5657
💬 Line: @masaki2013
![]()




