โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) เป็นโรคระบบประสาทที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ โดยมักเริ่มแสดงอาการในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป อาการหลักที่พบ ได้แก่ มือสั่น เดินลำบาก กล้ามเนื้อเกร็ง และการเคลื่อนไหวช้าลง ทำให้ผู้ป่วยต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น
สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยพาร์กินสันอยู่ที่บ้าน การมีแม่บ้านหรือคนดูแลที่มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุต่างๆ
ทำความเข้าใจโรคพาร์กินสันเบื้องต้น
ก่อนจะดูแลผู้ป่วยพาร์กินสัน คนดูแลควรเข้าใจลักษณะอาการของโรคนี้:
- อาการสั่น (Tremor): มือ เท้า หรือขากรรไกรสั่น โดยเฉพาะเวลาพัก
- กล้ามเนื้อเกร็งแข็ง (Rigidity): ทำให้การเคลื่อนไหวเชื่องช้าและเจ็บปวด
- การเคลื่อนไหวช้า (Bradykinesia): ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ช้ากว่าปกติมาก
- การทรงตัวบกพร่อง: เสี่ยงต่อการล้มสูง โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนท่าทาง
- อาการนอกมอเตอร์: ท้องผูก นอนไม่หลับ ซึมเศร้า และสมองเสื่อมในระยะหลัง
บทบาทสำคัญของคนดูแลผู้ป่วยพาร์กินสัน
1. ช่วยเหลือในการเคลื่อนไหวและป้องกันการล้ม
การล้มเป็นอันตรายที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยพาร์กินสัน คนดูแลต้องทำตามนี้:
- จัดบ้านให้โล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวางในทางเดิน
- ติดราวจับในห้องน้ำ บันได และบริเวณที่เสี่ยงต่อการลื่น
- ปูพรมกันลื่นในพื้นที่เปียกชื้น
- เมื่อช่วยผู้ป่วยเดิน ให้ยืนเคียงข้างและพยุงเบาๆ ไม่จับกระชาก
- สอนให้ผู้ป่วยใช้ไม้เท้าหรือวอล์กเกอร์อย่างถูกวิธี
2. ช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน
ผู้ป่วยพาร์กินสันอาจทำกิจวัตรง่ายๆ ได้ลำบาก คนดูแลควรช่วยเหลืออย่างเหมาะสมโดยไม่ทำแทนทั้งหมด เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยคงความสามารถไว้:
- การแต่งตัว: เลือกเสื้อผ้าที่ใส่ง่าย เช่น มีตีนตุ๊กแก หรือกระดุมใหญ่ ไม่มีเชือกผูก
- การรับประทานอาหาร: จัดจานชามที่มีน้ำหนักเบา ใช้ช้อนด้ามใหญ่ และแก้วน้ำมีฝาปิด
- การอาบน้ำ: ใช้เก้าอี้อาบน้ำ ติดราวจับ และมีคนดูแลอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา
- การเข้าห้องน้ำ: ส่งเสริมให้ผู้ป่วยเข้าห้องน้ำตามเวลา เพื่อป้องกันการกลั้นปัสสาวะไม่ได้
3. การดูแลเรื่องอาหารและยา
อาหารที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น:
- ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆ และรับประทานผักผลไม้เพื่อป้องกันท้องผูก
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโปรตีนสูงในมื้อที่ใกล้เวลากินยา Levodopa เพราะโปรตีนจะขัดขวางการดูดซึมยา
- จัดตารางกินยาให้ตรงเวลา และไม่ลืมยาแม้แต่มื้อเดียว
- สังเกตผลข้างเคียงของยา เช่น คลื่นไส้ ง่วงนอน หรืออาการสับสน แล้วแจ้งแพทย์
4. การดูแลด้านจิตใจ
ผู้ป่วยพาร์กินสันหลายรายเผชิญกับภาวะซึมเศร้า เพราะรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถทำสิ่งที่เคยทำได้ คนดูแลมีบทบาทสำคัญในการดูแลจิตใจ:
- พูดคุยและรับฟังผู้ป่วยด้วยความอดทนและเข้าอกเข้าใจ
- ชมเชยเมื่อผู้ป่วยทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จ แม้จะดูเล็กน้อย
- พาออกไปรับอากาศนอกบ้านหรือทำกิจกรรมที่ชอบเมื่อสภาพร่างกายอนุญาต
- ไม่ตั้งความคาดหวังสูงเกินไป เพราะจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกกดดัน
สัญญาณเตือนที่คนดูแลต้องรายงานแพทย์ทันที
- อาการสั่นรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหัน
- ผู้ป่วยสับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือเห็นภาพหลอน
- กลืนอาหารลำบาก สำลักบ่อย
- ไข้สูง ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ
- หกล้มและมีอาการเจ็บปวดที่ผิดปกติ
สรุป
การดูแลผู้ป่วยพาร์กินสันที่บ้านต้องอาศัยความรู้ ความอดทน และความเข้าอกเข้าใจ คนดูแลที่มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และลดภาระของครอบครัวได้อย่างมาก
เมดอินเตอร์ ddmaid พร้อมจัดหาคนดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีประสบการณ์และได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี เพื่อให้คุณมั่นใจว่าคนที่คุณรักจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและอบอุ่น
📞ติดต่อเมดอินเตอร์
- 🌐 เว็บไซต์: www.ddmaid.com
- 📞 โทรศัพท์: 063-104-5657
- 💬 Line: @masaki2013
บริการจัดหาคนดูแลผู้สูงอายุผู้ป่วยพี่เลี้ยงเด็กและแม่บ้านคัดสรรคุณภาพมืออาชีพไว้ใจได้
![]()




